Sunday, October 12, 2008

Asana Pranayama

Asana อาสนะ เป็นการปฏิบัติที่รู้จักกันดีที่สุดของโยคะ คือการปรับให้อยู่ในสภาพสงบทั้งกายและใจ มีการฝึกทั้งทางกายและใจ ขจัดความไม่มั่นคงของร่างกาย คงวามโซเซ วิงเวียน พัฒนาพลัง สีหน้า ความยืดหยุ่น สุขภาพที่ดี ความทนต่อความร้อนเย็น เป็นต้น โดยมีท่าปฏิบัติต่างๆ แบบฤาษีดัดตน ทำให้กล้ามเนื้อถูกยืดอย่างนิ่มนวล อวัยวะภายในถูกนวด ประสาทถูกกระตุ้น
Pranayama ปราณยามะ คือการควบคุมการหายใจ มี 3 แบบได้แก่- หายใจตื้น แต่เร็ว- หายใจลึก แต่ช้า- กลั้นหายใจในบางเวลามีท่าปฏิบัติที่เรียกว่า Surya Namaskar (สุริยนมัสการ) ซึ่งมีประโยชน์ต่อทั้ง Asana และ Pranayama สุริยนมัสการ เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายหลายจังหวะ และล้วนแต่เป็นท่าเบื้องต้นของ อาสนโยคะควรจะฝึกทำทุกวันให้ได้วันละ 2-3 รอบ หรือขึ้นกับร่างกายของผุ้ฝึกประโยชน์ของสุริยนมัสการคือ ช่วยกระตุ้นการทำงานของหัวใจให้ทำงานหนักขึ้นแต่ไม่หักโหมเมื่อทำอย่างต่อเนื่องจะช่วยทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น และกระตุ้นต่อมต่างๆของร่างกายให้ทำงานมากขึ้นการฝึกท่าต่างๆควรให้สอดคล้องกับลมหายใจ ตามที่ได้กล้าวไว้ในแต่ละท่า สำหรับผู้ที่เริ่มต้นฝึก ไม่ควรฝืนร่างกาย ให้ทำเท่าที่ร่างกายทำได้ เมื่อฝึกต่อไปเรื่อยๆร่างกายก็จะชิน และสามารถทำท่าได้ดียิ่งขึ้น
1. ยืนตัวตรง พนมมือระหว่างอก
2. หายใจเข้าลึกๆเหยียดแขนทั้งสองขึ้นเหนือศีรษะโค้งลำตัวไปด้านหลัง
3. ผ่อนลมหายใจช้าๆ ก้มตัวลงให้ปลายนิ้วมือแตะปลายนิ้วเท้าศีรษะแตะหัวเข่า
4. หายใจเข้า ลดตัวลง เอามือางข้างเท้าทั้งสอง เหยียดเท้าขวาออกไปสุดด้านหลัง เชิดหน้ามองเพดาน
5. หายใจออก พร้อมกับดึงขาซ้ายเข้ามาชิดขาขวา แขนเหยียดตรง ยกสะโพกขึ้น ก้มหัวลงทำท่าโก้งโค้ง
6. หายใจออก หย่อนส่วนอกลงกับพื้น จนส่วนปลายเท้า เข่า อก และหน้าผาก จรดพิ้น
7. หายใจเข้า ค่อยๆแอ่นตัวไปด้านหลังให้มากที่สุด ตามองเพดาน
8. หายใจออกพร้อมยกตัวขึ้นกลับมาทำท่าโค้ง
9. เริ่มทำสลับขาบ้าง หายใจเข้า เหยียดขาขวาออกไปด้านหลัง ทำเหมือนท่าที่ 4
10. หายใจออก ยืดตัวกลับมาทำท่าที่ 3
11. หายใจเข้า พร้อมแอนตัวไปด้านหลังเหยียดแขนเหนือหัว
12. จากนั้นกลับมายืนสงบในท่าเริ่มต้นจะเห็นได้ว่า ท่าสุริยนมัสการ หรือท่าไหว้พระอทิตย์ เป็นท่าที่รวมเอาความเคลื่อนไหวของอาสนะต่างๆของโยคะ เข้ามาเป็นแบบแผนที่ต่อเนื่องและมาบรรจบรอบที่จุดเริ่มต้น

Saturday, October 11, 2008

โยคะร้อน


โยคะร้อนหรือที่ต่างประเทศเรียกกันว่า บิครัม (Bikram)โยคะร้อนเป็นอีก อีกหนึ่งวิวัฒนาการของศาสตร์แห่งโยคะ ที่ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยม อย่างมากในสหรัฐอเมริกา และขณะนี้ก็ฮิตและแพร่หลายในเมืองไทย
ประกอบด้วยท่าหลักทั้งหมด 26 ท่า ผู้ฝึกจะฝึกในห้องที่มีอุณหภูมิสูงใกล้เคียงกับอุณหภูมิภายในร่างกาย ประมาณ 36-37 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น ได้มากกว่า อุณหภูมิปกติ ท่าต่างๆของโยคะร้อน จะช่วยกระชับกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆของร่างกาย ลดปัญหาการปวดหลังและคอ รวมทั้งทำให้ระบบไกลเวียนของโลหิตดีขึ้น อุณหภูมิที่สูงยังทำให้ร่างกายสามารถกำจัดของเสียออกมาในรูปเหงื่อได้เป็นอย่างดี จึงเป็นปัจจัย หลักที่ทำให้น้ำหนักลด และ ทำให้รู้สึกสดชื่นหลังการฝึก
ความพิเศษของโยคะร้อนการเล่นโยคะร้อนในห้องร้อนนี้จะทำให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นได้มากกว่าในอุณหภูมิปกติ ท่าต่างๆของโยคะร้อนจะช่วยกระชับกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆของร่างกาย ลดปัญหาการปวดหลังและคอ รวมทั้งทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดดีขึ้น นอกจากนี้อุณหภูมิที่สูงยังช่วยให้ร่างกายสามารถกำจัดของเสียออกมาในรูปเหงื่อได้อย่างดี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงและรู้สึกสดชื่น สบายตัวหลังการเล่น โยคะร้อนทั้ง 26 ท่าเหมาะกับผู้เล่นทุกระดับไม่ว่าจะเพิ่งเริ่มเล่นเป็นครั้งแรกหรือเคยฝึกมานานแล้วก็ตาม เพราะแต่ละท่าจะอยู่ในระดับขั้นพื้นฐาน (Beginner) ผสมผสานความยืดหยุ่น ความแข็งแกร่ง เน้นการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนหลังและหัวเข่า รวมทั้งความสมดุลเข้าไว้ด้วยกัน จึงเป็นการท้าทายให้ผู้เล่นพยายามปฏิบัติแต่ละท่าให้ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งใจจดจ่ออยู่กับท่าที่กำลังปฏิบัติว่าควรเคลื่อนไหวอย่างไรด้วยจังหวะช้าหรือเร็วขนาดไหน ถือว่าเป็นการบังคับตัวเองให้เกิดสมาธิอย่างเป็นธรรมชาติ เนื่องจากผู้เล่นจะต้องค้างแต่ละท่าไว้ประมาณ 30 วินาที ถึง 1 นาที ซึ่งผลต่อจังหวัดการหายใจ ทำให้การหายใจอย่างช้าๆ จนจิตใจสงบลงได้โดยอัตโนมัติและยังช่วยระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกายได้ดีอีกด้วย โยคะร้อนเป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะของความสมดุลตามธรรมชาติ (natural balance) ซึ่งจะช่วยแก้ไขด้านบุคลิกภาพ เช่น การนั่งหลังโก่งหรือห่อไหล่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพียงแค่การเคลื่อนไหว ท่า back bend หรือการเอนตัวไปข้างหลังนั้นจะช่วยเปิดส่วนและสะโพก ดึงกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ให้ยืดเหยียด กระชับกล้ามเนื้อส่วนก้นและหน้าท้อง ในขณะเดียวกันยังช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดี
เล่นโยคะอย่างไรให้ได้ผลการเล่นโยคะต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการฝึกฝนเช่นเดียวกับการเล่นกีฬาอื่นๆ เพื่อความพร้อมและการปรับตัวของร่างกาย เสริสร้างความแข็งแรงและสัดส่วนของกล้ามเนื้อให้สมดุล ที่สำคัญคือการเล่นโยคะเป็นประจำนอกจากจะทำให้เกิดความแม่นยำในการเล่นแต่ละท่าแล้ว ยังทำให้ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจอีกด้วย ดังนั้น แนะนำว่าควรเล่นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 วัน ส่วนเวลาในการเล่นประมาณครั้งละ 90 นาที จะเป็นช่วงเช้าหรือช่วงเย็นก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้เล่น
การเล่นโยคะร้อนในแต่ละท่าจะแบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกจะใช้เวลา 60 วินาที ส่วนช่วงที่สองจะลดเวลาเหลือ 30 วินาที และแน่นอนว่าก่อนการเล่นทุกครั้งควรเริ่มด้วยท่าอบอุ่นร่างกาย(wam-up) ก่อน ซึ่งมักจะใช้ท่า Surya Namaskara 10 ครั้ง ดังนี้
ท่า Surya Namaskaraเริ่มจากยืนตัวตรงแขนแนบลำตัวแล้วชูแขนขึ้นเหยียดตรง ก้มตัว แขนกอดหลังขา ทิ้งศีรษะจรดเข่า จากนั้นใช้มือแตะปลายเท้า ขาเหยียดตรงยืดศีรษะไปข้างหน้าแล้วสปริงตัวมาอยู่ในท่าวิดพื้นโดยลำตัวขนานกับพื้น แหงนศีรษะไปด้านหลัง ส่วนขาเหยียดตรงกับพื้น ดันสะโพก แขนและลำตัวเป็นเส้นตรง ส่วนศีรษะขนานกับแขน ลักษณะเหมือนรูปสามเหลี่ยม เสร็จแล้วกระโดดกลับมาในท่ายืนเข่าตึงมือแตะปลายเท้า ย้อนกลับมาท่ากอดเข่า ยืนตรงชูแขนขึ้น และค่อยๆวางแขนสงแนบลำตัวเช่นเดิม
ท่าที่ 1 Standing Deep Breathingยืนตรงขาชิด กำมือประสานกันไว้ใต้คาง สูดลมหายใจเข้าทางจมูกพร้อมกับค่อยๆแหงนหน้า กางข้อศอกออก จากนั้นหุบข้อศอกลงมาชนกันพร้อมกับปล่อยลมหายใจออกทางปาก สังเกตว่าท่านี้จะบังคับให้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องทำงาน ซึ่งเป็นการบริหารปอดรับออกซิเจนได้ดี
ท่าที่ 2 Half Moon Pose with Hand to Feet Poseยืนชูแขนเหยียดตรงโดยที่ฝ่ามือประกบกัน แล้วเอียงตัวไปด้านขวาให้สีข้างด้านซ้ายรู้สึกยืดเหยียดเต็มที่ ค้างไว้ 1 นาที แล้วทำสลับอีกข้างหนึ่งเสร็จจากการบริหารสีข้างแล้ให้มาต่อที่การบริหารส่วนหลัง โดยยืนเตรียมในท่าเดิมแต่เปลี่ยนมาเอนตัวไปข้างหลัง พร้อมกับหายใจและเก็บหน้าท้องค้างไว้ 1 นาที ตามด้วยท่าเอนตัวไปข้างหน้า โดยดึงหลังตรงขนานไปข้างหน้าทั้งสามท่านี้จัดว่าเป็นท่า warm-up ที่ดี สามารถยืดกล้ามเนื้อแทบทุกส่วน เช่น กลางลำตัว ขา และ หลัง เป็นต้น
ท่าที่ 3 Standing Bow Pulling Poseยืนตรงเข่าตึง ก้มตัวลงมือจับยึดส้นเท้า ศีรษะติดเข่า (ท่านี้เหมาะสำหรับทำตอนเช้าตื่นนอนเพราะจะช่วยให้ร่างกายตื่นตัวเร็ว) ต่อด้วยท่าทรงตัวด้วยขาข้างเดียว โดยเริ่มจากยืนด้วยขาซ้าย ยกขาขวาเข่างอ มือจับข้อเท้าส่วนแขนซ้ายให้คว่ำมือ ปลายนิ้วชิดเหยียดขนานกับพื้นไปข้างหน้าพร้อมกับค่อยๆ โน้มตัวไปด้านหน้า และใช้แขนขวาดึงขาให้ยกสูงขึ้น ท่านี้จะสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อขา หลัง และสีข้าง
ท่าที่ 4 Triangleเริ่มจากยืนกางแขนและขา เอนขาขวามาด้านข้างให้เข่างอตั้งฉากกับพื้น โดยทิ้งน้ำหนักลงที่หัวเข่าขาซ้ายเหยียดตรง เท้ายึดพื้นเอาไว้ แล้วค่อยโน้มตัวไปด้านข้าง แขนซ้ายชี้ขึ้นบนทำมุมตรงกับแขนขวา ปลายนิ้วมือจรดปลายนิ้วเท้า ท่านี้จะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อใต้ต้นขา หัวเข่า รวมทั้งสะบักหลัง
ท่าที่ 5 Tree Poseยืนตรงเปิดไหล่แล้วยกเท้าขวามาพักที่หน้าขาบริเวณใต้สะโพก แล้วประนมมือปลายนิ้วจรดปลายคางท่านี้จะช่วยดึงขา หลัง ลำคอหลังจนถึงศีรษะให้เหยียดตึง ขณะเดียวกันให้ดึงลำตัวขึ้น เก็บก้นและหน้าท้องเพื่อช่วยในการทรงตัว
ท่าที่ 6 Tose Stand Poseยืนเตรียมลักษณะเดียวกับท่า Tree pose แต่เป็นท่านั่งบนขาข้างเดียวโดยเปิดส้นเท้าขึ้นและทิ้งน้ำหนักลงบนส้นเท้า ซึ่งการพับหรืองอเข่าในท่านี้ประมาณ 1 นาที จะเป็นการกักเก็บเลือดเอาไว้ แล้วเพิ่มแรงดันในเส้นเลือดบริเวณดังกล่าวสูงขึ้นส่งผลให้เลือดไหลเวียนได้อย่างสะดวก รวมทั้งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับข้อเท้า หัวเข่า และการทรงตัวที่ดี แต่ข้อควรระวัง คือ ผู้เล่นท่านี้จะต้องแน่ใจว่าไม่มีปัญหาเรื่องข้อเท้าหรือหัวเข่า
ท่าที่ 7 Fixed Firm Poseนอนหงายราบกับพื้นพับขาปลายเท้าแนบสะโพก ไขว้แขนเหนือศีรษะมือจับข้อศอก ยกลำตัวขึ้นเก็บหน้าท้อง แต่บริเวณสะบักหลังและหัวไหล่ติดพื้น ท่านี้จะเป็นการเปิดสะโพกทำให้เลือดบริเวณสะโพก หน้าขา และหัวเข่าไหลเวียนได้ดี
ท่าที่ 8 Half Tortoise Poseนั่งคุกเข่าปลายเท้าราบกับพื้น พับลำตัวติดกับหน้า ขาเหยียดหลังให้ตึง โดยใช้แขนทั้งสองข้างช่วยดึงไปข้างหน้า ฝ่ามือประกบกันและไขว้นิ้วหัวแม่มือ ท่านี้จะทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยง หัวใจและสมองได้ดี
ท่าที่ 9 Camel Poseท่ายืนบนเข่าแยกขาขนานกันเล็กน้อยแล้วแอ่นหลังในท่าสะพานโค้ง มือจับ ยึดกับส้นเท้าแขนเหยียดตรง แหงนหน้าทิ้งศีรษะไปด้านหลังท่านี้เป็นการบริหารกล้ามเนื้อหน้าขาให้เหยียดตึงและช่วยกระชับกล้ามเนื้อก้น ส่วนการแหงนหน้าทิ้งศีรษะจะช่วยนำเลือดไปเลี้ยงสมอง
ท่าที่ 10 Head to Knee Pose with Stretching Poseเริ่มจากนั่งแยกขาโดยขาข้างหนึ่งชี้เป็นเส้นทแยงมุม 45 องศา ตั้งปลายเท้าขึ้นให้รู้สึกว่าหลังเข่าตึงเต็มที่ พับขาอีกข้างหนึ่งเก็บมาด้านหน้าแนบต้นขา เอี้ยวตัวก้มลงให้ศีรษะติดหัวเข่าบนข้างที่เหยียดออกพร้อมกับมือจับยึดที่ฝ่าเท้าค้างไว้ 1 นาที จึงต่อด้วยท่านั่งเหยียดขามาข้างหน้า ตั้งปลายเท้าขึ้นแล้วก้มศีรษะติดหัวเข่าเช่นเดิม ท่านี้จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อหลังเข่าให้เหยียดตึงรวมทั้งหลังและต้นคอ
ข้อดีของการเล่นโยคะ
1.เสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนิ้อ ข้อพับ หรือ ข้อต่อ
2.ช่วยลดน้ำหนักและกระชับกล้ามเนื้อซึ่งช่วยรักษารูปร่างให้ได้สัดส่วนที่สวยงาม
3.การเคลื่อนไหวในแต่ละท่าเอื้อต่อระบบการไหวเวียนของเลือดเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
4.ช่วยบริหารกล้ามเนื้อส่วนหัวใจให้เลือดไหลเวียนดีและขยายปอด
5.ไม่ทำให้เกิดอาการข้อเสื่อมภายหลังเพราะแต่ละท่าจะไม่มีการใช้ข้อต่อที่หักโหมเหมือนการเล่นกีฬาหรือ การเต้นบางประเภท
6.สามารถฝึกฝนที่บ้านได้ด้วยตนเอง และ ไม่จำกัดว่าควรเล่นในช่วงเวลาใด

Monday, October 6, 2008

คนเมืองสิงห์

สัญลักษณ์รูปอนุสาวรีย์วีรชนอยู่บนพื้นสีแดงภายในโล่ (เครื่องป้องกันอาวุธ)เป็นอนุสาวรีย์ของชาวสิงห์บุรี ในครั้งสมัยถูกพม่าโจมดี ชาวค่ายบางระจันผู้กล้าหาญกลุ่มนี้ได้สร้างวีรกรรมแห่งความเสียสละตั้งกองทัพต่อสู้กับพวกพม่าจนถึงแก่ความตาย จึงถือเป็นวีรชนผู้กล้าหาญ
คำขวัญของจังหวัด ถิ่นวีรชนคนกล้า คู่หล้าพระนอน นามกระฉ่อนปลาแม่ลา ย่านการค้าภาคกลาง
สิงห์บุรี มีเนื้อที่ประมาณ 822 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 6 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภออินทร์บุรี อำเภอบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน อำเภอพรหมบุรี และอำเภอท่าช้าง
สิงห์บุรี เมืองอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ด้วยเรื่องราววีรกรรมของชาวบ้านบางระจัน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 142 กิโลเมตร จังหวัดสิงห์บุรีตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2438 ในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เนื่องจากทรงพิจารณาเห็นว่า ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเหนือจังหวัดอ่างทองนั้น มีเมืองเล็กเมืองน้อยอยู่ 3 เมือง คือ เมืองสิงห์บุรี เมืองอินทร์บุรี และเมืองพรหมบุรี ฉะนั้น จึงโปรดฯ ให้ยุบเมืองทั้งสามลงเป็นอำเภอ แล้วตั้งเมืองใหม่ขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านทิศตะวันตก ณ ตำบลบางพุทรา โปรดฯ พระราชทานนามใหม่ว่า เมืองสิงห์บุรี
การเดินทาง :
ทางรถยนต์จากกรุงเทพฯ ไปสิงห์บุรีสามารถไปได้ 3 เส้นทาง คือ
เส้นทางแรก ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี เข้าไปในตัวเมืองลพบุรี มีถนนตัดผ่านไปจังหวัดสิงห์บุรี รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 179 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 2 ตามทางหลวงหมายเลข 1 แยกเข้าถนนหมายเลข 32 (ถนนสายเอเซีย) ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดอ่างทอง จนถึงจังหวัดสิงห์บุรี ระยะทางประมาณ 142 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 3 จากทางหลวงหมายเลข 1 แยกเข้าถนนหมายเลข 32 (ถนนสายเอเซีย) ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเดินทางต่อด้วยเส้นทางหมายเลข 309 จะผ่านตัวเมืองจังหวัดอ่างทอง และตรงไปจนถึงจังหวัดสิงห์บุรี ระยะทางประมาณ 135 กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง
มีรถโดยสารธรรมดา และปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ถ.กำแพงเพชร 2 ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00-16.00 น.
ระยะทางจากอำเภอสู่อำเภอ
ระยะทางจากอำเภอเมืองไปอำเภอต่างๆอำเภอพรหมบุรี 16 กิโลเมตร
ระยะทางจากอำเภอเมืองไปอำเภอค่ายบางระจัน 16 กิโลเมตร
ระยะทางจากอำเภอเมืองไปอำเภออินทร์บุรี 17 กิโลเมตร
ระยะทางจากอำเภอเมืองไปอำเภอบางระจัน 10 กิโลเมตร
ระยะทางจากอำเภอเมืองไปอำเภอท่าช้าง 18 กิโลเมตร
อาณาเขต :
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท และอำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอไชโย อำเภอโพธิ์ทอง และอำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทองทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอบ้านหมี่ และอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอสรรค์บุรี จังหวัดชัยนาท และอำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
สถานที่ท่องเที่ยว
วัดพระนอนจักรสีห์ วัดหน้าพระธราตุ อนุสาวรีย์วีรชนและอุทยานค่ายบางระจัน วัดพิกุลทอง พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอินทร์บุรี
งานประจำปี
งานวันวีรชนค่ายบางระจัน งานเเทศกาลกินปลา และงานกาชาด จ.สิงห์บุรี มีในช่วงเดือนธันวาคมงานประเพณีแข่เรือยาว
ของขวัญของฝาก
ปลาช่อนแม่ลา กุนเชียง ขนมเปี๊ยะถั่ว และขนมเปี๊ยะปลา

Sunday, October 5, 2008

เวปไซร์ของครู

นอกจากเวปนี้แล้วครูยังมีเวปไซร์ส่วนตัวที่สามารถเข้าไปดูข้อมูลประกอบการเรียนการสอนและเรื่องราวต่าง ๆ ได้ที่ www.Dreamtodo.com ค่ะ

น้ำแดงแก้วมังกร


ส่วนผสม

แก้วมังกรพันธุ์เนื้อแดง 1 ½ ผล (ผลละประมาณ 1 ขีด)
น้ำเชื่อม ¼ ถ้วย
น้ำส้มคั้น ¼ ถ้วย
เกลือไอโอดีน ¼ ช้อนชา

วิธีทำ
1. นำแก้วมังกรเนื้อแดงที่แช่ในตู้เย็นจนเย็นได้ที่แล้วมาผ่าครึ่งผลตามแนวยาว ลอกเปลือกออก และจัดการหั่นเนื้อแก้วมังกรเนื้อแดงเป็นชิ้นเล็กใส่เครื่องปั่น พร้อมด้วยน้ำส้มคั้น น้ำเชื่อม และเกลือไอโอดีน แล้วปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนได้ที่
2. จากนั้นเทใส่แก้วใสๆ จะประดับด้วยเนื้อแก้วมังกรฝานเล็กๆพอสวยงามก็ได้

ประโยชน์ของแก้วมังกร

พืชพวกกระบองเพชรมีสารมิวซิเลจ (Mucilage) จำนวนมาก สารพวกนี้ คือ โปลี่แซคคาไรด์เชิงซ้อน ลักษณะคล้ายวุ้นเหลว หรือเยลลี่ ดูดน้ำ ช่วยคุมน้ำตาลกลูโคลในคนที่เป็นเบาหวาน โดยไม่พึ่งอินซูลินสามารถลดไตรกลีเซอร์ไรด์ และคอเรสเตอรอล ชนิดความหนาแน่นในเลือดต่ำ นอกจากนี้ยังเพิ่มธาตุเหล็ก บรรเทาโรคโลหิตจาง ผลแก้วมังกรมีคุณค่าทางอาหาร มีสรรพคุณป้องกันโรคหัวใจ ความดันโลหิตตับ เบาหวาน มะเร็งลำไส้ และต่อมลูกหมาก เสริมสร้างภูมิต้านทานกระดูก ฟัน และกล้ามเนื้อ
แก้วมังกร ปัจจุบันกลายเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ใช้บริโภคลดน้ำหนัก และเมื่อปากต่อปากบอกว่าได้รับประทานแล้วอิ่มลดน้ำหนักได้จริง ผลไม้ชนิดนี้จึงเริ่มเป็นที่นิยม และมีเกษตรกรในประเทศไทยปลูกกันมากขึ้น ทั้งที่รากเหง้าของไม้พันธุ์นี้จะเกิดและเติบโตเป็นพันธุ์แท้อยู่ที่ประเทศเวียดนาม ถือเป็นแหล่งปลูกแก้วมังกรที่มีมาช้านานและคนเวียดนามจะรู้จักกันดี
แก้วมังกรจึงเป็นผลไม้บริสุทธิ์ปลอดภัยจากสารพิษ มีกากใยสูง แคลอรี่ต่ำ อุดมไปด้วยวิตามินซี คลอโรฟิลล์ เมล็ดของแก้วมังกรอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวสามารถต่อต้านปฏิกริยาอ๊อกซิเดชั่นทานแล้วนอกจากดับร้อนผ่อนกระหายยังบำรุงสุขภาพผิวพรรณสดชื่น ในสุภาพสตรีจะช่วยกระตุ้นต่อมน้ำนม ใช้เป็นผลไม้เสริมสุขภาพ และความงามได้เป็นอย่างดี แก้วมังกร ผลไม้พันธุ์ใหม่ รสชาติหวานกรอบอร่อย กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย ต้นปลูกง่าย ให้ผลผลิตเร็ว ปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจ ได้ผลผลิตสูงให้ผลกำไรเร็ว ปลูกโดยไม่ต้องเลือกดิน ดูแลง่าย แม้แต่เด็กก็ดูแลได้

แหล่งที่มา : โหระพา.คอม


น้ำพริกเผากุ้งแม่น้ำ


เครื่องปรุง

พริกขี้หนูแห้ง 150 กรัม
กุ้งก้ามกราม 500 กรัม
หอมแดง 500 กรัม
กระเทียม 500 กรัม
กุ้งแห้งบดละเอียด 150 กรัม
น้ำตาลปี๊บ 500 กรัม
น้ำปลา 3/4 ถ้วย
น้ำมะขามเปียก 2/3 ถ้วย
น้ำมันพืช 1/4 ถ้วย
น้ำมันพืชสำหรับทอด 3 ถ้วย

วิธีทำ

เผาพริกแห้ง หอมแดง กระเทียม ทีละอย่างให้สุกและเปลือกไหม้ แกะเปลือกไหม้ของหอมแดงและกระเทียมออกพักไว้
ล้างกุ้ง เด็ดหัวแยกมันกุ้งใส่ถ้วย ตัวกุ้งแกะเปลือกเด็ดหางทิ้ง หั่นเนื้อกุ้งเป็นชิ้น
ตั้งกระทะน้ำมันด้วยไฟกลางให้ร้อน ใส่เนื้อกุ้งลงทอดให้สุกเหลือง ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
ใส่พริกแห้ง กระเทียม หอมแดงที่เผาลงในเครื่องบด บดเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่เนื้อกุ้งทอดและกุ้งแห้ง บดอีกครั้งให้ละเอียดเข้ากันดี
ตั้งกระทะน้ำมันด้วยไฟกลางให้ร้อน ใส่เครื่องที่ปั่นลงผัดให้หอม ลดไฟอ่อน ปรุงรสด้วยน้ำตาล น้ำปลา และน้ำมะขามเปียก ผัดให้เข้ากัน ชิมรสเปรี้ยว เค็ม หวาน ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย รับประทานกับขนมปัง

แหล่งที่มา : www.teenee.com

Saturday, October 4, 2008

อักษรสามหมู่

อักษรสามหมู่
เนื่องจากภาษาไทยเป็นภาษาที่มีเสียงวรรณยุกต์ ดังนั้นนักปราชญ์ทางภาษาในสมัยก่อนจึงจัดแบ่งพยัญชนะไทยออกเป็น ๓ หมู่ หรือไตรยางค์ และที่รู้จักกันคือ " อักษรสามหมู่" เพื่อประโยชน์ในการผันอักษร คือ
หมู่ที่ ๑ อักษรกลาง
หมู่ที่ ๒ อักษรสูง
หมู่ที่ ๓ อักษรต่ำ
อักษรกลาง มีทั้งหมด ๙ ตัว คือ

ก จ ด ฎ ต ฏ บ ป อ

แต่อักษรทีนิยมนำมาผันอักษร มีแค่ ๗ ตัวเองค่ะ คือ ก จ ด ต บ ป อ
อักษร ฎ ฏ เขาไม่นิยมนำมาผันอักษร

ไก่ จิก เด็ก ตาย บน ปาก โอ่ง (ฎ ฏ )
ไก่ แจ้ บิน ดู ปลา ติด อวน ชฎา ปฏัก

อักษรสูง มีทั้งหมด ๑๑ ตัว คือ

ข ฃ ฉ ถ ฐ ผ ฝ ส ษ ศ ห

อักษรที่นิยมนำมาผันอักษร คือ ข ฉ ถ ผ ฝ ส ห
ส่วนอักษร ฃ ฐ ษ ศ ไม่นิยมนำมาผันอักษร

ฃ วด ของ ฉัน ถูก เศรษฐี ผูก ฝัง ใส่ ไห
ฃ ข ฉ ถ ศษฐ ผ ฝ ส ห

อักษรต่ำ มีทั้งหมด ๒๔ ตัว คือ ค ฅ ฆ ง ช ซ ฌ
ญ ฑ ฒ ณ ท ธ น
พ ฟ ภ ม ย ร ล
ว ฬ ฮ

อักษรที่นิยมนำมาผันอักษร คือ ค ง ช ท น พ ฟ ม ย ร ล ว

คน ( ค ฅ ฆ) ฃ ข
ไทย ( ท ธ ฒ ฑ) ฃ ข
ชอบ ( ช ฌ) ฉ
ซู ( ซ ) ส ษ ศ
ฮก ( ฮ) ห
พี่ ( ภ พ) ผ
แฟน ( ฟ ) ฝ

อักษรต่ำเดี่ยว มีทั้งหมด ๑๐ ตัว คือ
ง ญ น ณ ร ว ม ย ล ฬ

งู ใหญ่ นอน ณ ริม วัด แม่ยาย เล่น ว่าวจุฬา